“ไมเคิล คาร์ริค” กองกลางตัวเก๋าของทีมปิศาจแดง ชี้ว่าการจบอันดับในศึกพรีเมียร์ลีกบนตำแหน่งท็อปโฟร์ของตาราง ไม่ใช่เรื่องที่น่าพอใจ เนื่องจากศักยภาพที่มี ควรที่จะต้องคว้าแชมป์ให้ได้เท่านั้น จึงจะเป็นสิ่งที่ทุกคนในสโมสรพอใจ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน วันที่ 1 มิ.ย. 58 ว่า ไมเคิล คาร์ริค ห้องเครื่องคนสำคัญของทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอมรับว่าการจบอันดับในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก 2014-2015 ที่ตำแหน่งท็อปโฟร์ ยังไม่ใช่เรื่องที่น่าพอใจสำหรับทีมปิศาจแดง พร้อมกระตุ้นเพื่อนร่วมทีมให้กลับมาสร้างผลงานอันยอดเยี่ยมอีกครั้งในฤดูกาลหน้า

อดีตแชมป์พรีเมียร์ลีกหลายสมัย สามารถกลับมาทวงโควตาฟุตบอลยุโรปได้อีกครั้งตามเป้าหมาย หลังนายใหญ่ชาวดัตช์อย่าง หลุยส์ ฟาน กัล พาทีมจบอันดับที่ 4 ได้สำเร็จ แต่อย่างไรก็ตาม ไมเคิล คาร์ริค มิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษ เผยว่า การจบท็อปโฟร์ ไม่ใช่เรื่องที่น่าพอใจสำหรับทีมยักษ์ใหญ่อย่างปิศาจแดง

“เราทุกคนภายในทีมสามารถพึงพอใจได้กับการจบลีกในตำแหน่งท็อปโฟร์อีกครั้ง แต่ในความคิดของผมกลับมองว่ามันไม่ใช่เรื่องที่เราจะมานั่งฉลองกับสิ่งเหล่านี้ เพราะด้วยศักยภาพที่มีเราต้องคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกเท่านั้น ถึงควรค่าแก่ความพอใจของเหล่าแฟนบอล”

นอกจากนี้ ห้องเครื่องวัย 33 ยังได้กล่าวขอบคุณกุนซือแห่งแดนกังหันลม ที่ให้โอกาสพิสูจน์ตัวเองอย่างต่อเนื่องหลังหายจากอาการบาดเจ็บ

“เขาเป็นคนที่ยอดเยี่ยมมาก ผมได้รับบาดเจ็บในช่วง 3 เดือนแรกที่เขาและทีมงานเข้ามาคุมทีม โดยสตาฟฟ์โค้ชพยายามเข้ามาแก้ไขปัญหาอาการบาดเจ็บให้กับผมหายกลับมาเป็นปกติในที่สุด ผู้จัดการทีมคือคนที่ให้โอกาสกับผู้เล่นภายในทีมเสมอ เขามักพูดปลอบใจผมเสมอว่าอย่างกังวลใจเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บ เดี่ยวทุกอย่างจะดีขึ้นเอง และเมื่อหายดี ผมได้รับโอกาสในการลงสนามอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนั่นส่งผลดีโดยตรงกับทีม เพราะจะทำให้มีนักเตะไว้เลือกใช้งานมากขึ้น” คาร์ริค กล่าว

ที่มาhttp://www.thairath.co.th/content/502412

Advertisements

ทัพนักเตะทีมชาติไทยชุดซีเกมส์ ทำเซอร์ไพรส์ ฉลองวันเกิดให้กับ “สารัช อยู่เย็น” เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิด อายุครบ 23 ปี เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ด้านเจ้าตัวขอนำทีมคว้าเหรียญทองเป็นของขวัญในปีนี้…

หลังจากพาทีมทีมชาติไทย เปิดสนามในการแข่งขันฟุตบอลรอบแรกของกลุ่ม บี ด้วยการไล่ต้อนเอาชนะทีมชาติลาวไปอย่างขาดลอย 6-0 เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ล่าสุดทัพนักเตะพร้อมด้วยสตาฟฟ์โค้ช ได้ร่วมกันเซอร์ไพรส์วันเกิด “เจ้าตัง” พร้อมเค้กก้อนโต และการร้องเพลงอวยพรวันเกิดอย่างสนุกสนาน

โดย สารัช อยู่เย็น ซึ่งมีมีอายุครบ 23 ปี บริบูรณ์ ไปเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา กล่าวอย่างถ่อมตัวว่า ในปีนี้ไม่ได้หวังอะไรมาก เพียงแค่ต้องการพาทีมชาติไทย ป้องกันแชมป์ซีเกมส์ให้ได้อีกสมัยก็พอใจแล้ว

พร้อมกันนี้ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยชุดใหญ่ รวมทั้งบรรดานักเตะทีม ไทยแลนด์ ออลสตาร์ ก็ยังได้ร่วมอวยพรผ่านคลิปวิดีโอส่งกำลังใจไปยัง สารัช ด้วยเช่นกัน

สำหรับนักเตะทีมชาติไทย จะลงแข่งขันฟุตบอลซีเกมส์ รอบแรก กลุ่มบี นัดที่ 2 พบกับ ติมอร์ เลสเต ในวันจันทร์ที่ 1 มิถุนายนนี้ เวลา 19.30 น.

ที่มาhttp://www.thairath.co.th/content/502180

ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย “โจโก วิโดโด” ให้สัมภาษณ์สื่ออิเหนา ไม่สนฟีฟ่าสั่งลงโทษ “แบน” อินโดนีเซีย ห้ามลงเตะในระดับนานาชาติ เผยจำเป็นต้องเร่งผ่าตัดและปฏิรูปวงการฟุตบอลอินโดฯ ให้มีคุณภาพและมีมาตรฐานให้เร็วที่สุด พร้อมยืนยันสนับสนุนมาตรการของ รมว.เยาวชนและกีฬา ในการดำเนินการสะสางกับวงการลูกหนังชวา ขณะที่กุนซือทีมชาติไทย “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เผยการโดนแบนของอินโดนีเซียส่งผลดีต่อทีมช้างศึกในเกมคัดบอลโลก ซึ่งจะทำให้โปรแกรมการแข่งขันลดลงไปถึง 2 แมตช์ มั่นใจจะก้าวไปสู่เป้าหมายในการเข้ารอบ 12 ทีมสุดท้ายเอเชียแน่นอน

หลังจากที่สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ “ฟีฟ่า” มีคำสั่งลงโทษ “แบน” อินโดนีเซีย ห้ามเข้าแข่งขันฟุตบอลนานาชาติทุกรายการ ซึ่ง “ฟีฟ่า” และสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย “เอเอฟซี” ให้การรับรองโดยไม่มีกำหนด เพราะมีการแทรกแซงจากหน่วยงานรัฐและอิทธิพลทางการเมือง ทำให้มีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างแพร่หลายในโลกออนไลน์ของอินโดนีเซีย ขณะที่ผู้บริหารของวงการกีฬาจากคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งอินโดนีเซีย, สภากีฬาแห่งชาติ เตรียมเสนอให้กระทรวงเยาวชนและกีฬาเร่งแก้ไขปัญหาวงการฟุตบอล และสมาคมฟุตบอลแห่งอินโดนีเซีย ให้สิ้นสุดโดยเร็ว เพื่อจะผลักดันให้ “ฟีฟ่า” ยกเลิกคำสั่งลงโทษโดยเร็วที่สุด เพื่อไม่ให้เป็นปัญหาต่อการที่อินโดนีเซียจะเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 18 ใน ค.ศ.2018

ขณะเดียวกัน ก่อนหน้านี้ ทางประธานาธิบดี “โจโก วิโดโด” แห่งอินโดนีเซีย ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนแดนอิเหนาว่า ถ้า “ฟีฟ่า” มีคำสั่งลงโทษอินโดนีเซียจริงตามที่เป็นข่าวมาโดยตลอดนั้น ก็ไม่เป็นไร และคงไม่เป็นปัญหาต่อวงการฟุตบอลอินโดนีเซียร้ายแรงนัก

“เราต้องผ่าตัดและปฏิรูปวงการฟุตบอลอินโดนีเซียให้มีคุณภาพ มีมาตรฐานระดับสากลอย่างเป็นรูปธรรมให้ได้โดยเร็วที่สุด ฟุตบอลอินโดนีเซียต้องกลับมาสู่ความยิ่งใหญ่ให้ได้อีกครั้ง และผมยืนยันว่าเห็นชอบและสนับสนุนมาตรการทุกอย่างของอีมาม นาห์นาวี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเยาวชนและกีฬา ในการผ่าตัดแก้ไขปัญหาภายในวงการฟุตบอลอินโดนีเซียทุกอย่างในขณะนี้” ประธานาธิบดี วิโดโดกล่าวย้ำ

ขณะเดียวกัน ทางด้าน “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เฮดโค้ชทีมชาติไทย เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า “การที่อินโดนีเซียโดนแบน เป็นเรื่องดีที่เราได้เล่นน้อยลงถึง 2 นัด ซึ่งเป้าหมายของทีมชาติไทยก็เหมือนเดิมคือทะลุเข้ารอบ 12 ทีมสุดท้ายให้ได้ แน่นอนว่าการไปเยือนไต้หวันเราต้องการ 3 คะแนนกลับมา โดยก่อนหน้านั้นเราจะทดสอบระบบทีมและตัวผู้เล่นของทีมชาติไทยในเกมอุ่นเครื่องกับบาห์เรน วันที่ 5 มิ.ย.นี้” กุนซือจอมตีลังกาเผย

ที่มา http://www.thairath.co.th/content/502293

นี่คือเว็บไซต์ของ  นาย ธารา ลุงหย่า ชั้น ม.5/2 เลขที่ 6